สาวไม่พอใจหนุ่มติดสติกเกอร์โชว์ว่าฉีดวัคซีนโควิดแล้วไว้ท้ายรถ ถึงขั้นควักปืนขู่

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า คริสตินา แบลร์ หญิงสาววัย 33 ปี จากเมืองอัลเบอร์เคอร์กี รัฐนิวเม็กซิโก เกิดความไม่พอใจหลังจากที่เห็นสติกเกอร์ติดกันชนท้ายรถของเกเบรียล ชาเวซ ชายที่กำลังขับอยู่ด้านหน้าของรถเธอ ซึ่งเป็นสติกเกอร์ที่ระบุว่าเขาได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว
 

แบลร์เริ่มบีบแตรใส่รถของชายหนุ่มและด่าทอเขา ส่วนชาเวซกล่าวว่าเขาโบกมือให้แบลร์แซงขึ้นหน้าไป แต่เธอกลับขับรถไล่จี้ท้ายเขาเมื่อมาถึงแยกไฟแดง และขว้างขวดน้ำเปล่า ๆ ใส่รถเขา ชาเวซพยายามจะขับรถหนีและบังเอิญถอยรถมาเฉี่ยวชนรถของเธอซึ่งอยู่ด้านหลัง

จากนั้นทั้งคู่ก็ขับรถไปจอดที่ลานจอดรถของห้างวอลกรีน ซึ่งชาเวซอ้างว่าเขาตั้งใจที่จะให้ข้อมูลบริษัทประกันภัยรถยนต์ของเขาเพื่อจัดการเรื่องการเฉี่ยวชนที่เกิดขึ้น แต่แบลร์กลับเอื้อมมือไปหยิบปืนในรถของเธอออกมาและขึ้นไกพร้อมยิง ชาเวซจึงรีบถอยกลับมาที่รถของเขาและโทรแจ้งตำรวจ

แบลร์อ้างว่าเธอกลัวว่าชาเวซจะทำร้ายเธอ จึงได้นำอาวุธปืนออกมาตอนที่เขาพยายามจะห้ามเธอไม่ให้ออกไปจากที่เกิดเหตุ แต่ทางตำรวจชี้แจงว่า จากการตรวจสอบภาพของกล้องติดรถฝ่ายชาย พบว่าแบลร์มีโอกาสหลายครั้งที่สามารถขับรถออกไปจากที่เกิดเหตุได้ แต่แทนที่จะทำแบบนั้น เธอกลับหยิบปืนออกมาและแสดงอาการข่มขู่ชาเวซ ในคลิปยังแสดงให้เห็นชัดว่าแบลร์ขึ้นไกปืนเพื่อเตรียมยิงอีกด้วย

ตำรวจติดตามตัวแบลร์ไปถึงที่พักของเธอโดยอาศัยหมายเลขทะเบียนรถ และจับกุมเธอพร้อมทั้งตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

แบลร์ยอมรับว่าเธอเห็นสติกเกอร์ ‘ฉีดวัคซีนแล้ว’ ของชาเวซและเกิดความไม่พอใจ แบลร์เคยโดนจับกุมเมื่อปี 2550 ในข้อหาทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง และในประวัติของเธอก็มีบันทึกแจ้งว่า ‘มีนิสัยชอบใช้ความรุนแรง’

ศาลแขวงประจำเมืองระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า  แบลร์เป็น ‘บุคคลอันตราย’ และสั่งจำคุกเธอ จนกว่าจะถึงเวลาพิจารณาคดีในศาล

Posted in new