นาซาเผยแผนปลดประจำการสถานีอวกาศนานาชาติ ต้นปี 2574

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) เผยแพร่รายงานว่าด้วย ความโปร่งใสของภารกิจของสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ว่าจะดำเนินการเรื่อยไปจนถึงสิ้นปี 2573 หลังจากนั้นอีก 1 เดือน คือภายในสิ้นเดือน ม.ค. 2574 นาซาจะให้ไอเอสเอสเดินกลับโลก และให้ตกในบริเวณที่เรียกว่า “ขั้วที่เข้าไม่ถึง” (Pole of inaccessibility) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “จุดนีโม” (Point of Nemo)

ทั้งนี้ จุดนีโม หรือ “สุสาน” ของสถานีอวกาศและดาวเทียม เป็นพื้นที่หนึ่งทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งเมื่อวัดระยะโดยรอบในรัศมี 360 องศา พบว่าอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ที่สุดในทุกทิศทาง โดยผืนดินที่อยู่ใกล้กับจุดนีโมที่สุดคือ หมู่เกาะพิตแคร์น ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ห่างขึ้นไปทางทิศเหนือ 2,688 กิโลเมตร ตั้งชื่อว่านีโม ตามชื่อของ “กัปตันนีโม” ผู้บังคับการเรือดำน้ำจากนิยายเรื่อง “ใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์” (Twenty Thousand Leagues Under the Sea) ของจูลส์ เวิร์น

ด้านข้อมูลขององค์การอวกาศยุโรป (อีเอสเอ) ระบุว่าจุดนีโม ซึ่งเป็นภาษาละตินหมายความว่า “ไม่มีผู้ใด” คือพื้นที่ซึ่งหน่วยงานด้านอวกาศทุกแห่งบนโลกมีความเห็นตรงกันว่า เป็นบริเวณเหมาะสมที่สุดสำหรับ “การลงจอดครั้งสุดท้าย” ของสถานีอวกาศ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในระดับต่ำมากถึงมากที่สุด

ในระหว่างปี 2514 ถึง 2559 มีสถานีอวกาศและยานขนส่งอวกาศตกลงในบริเวณนี้ 263 ลำ ภายใต้การควบคุมจากสถานีปฏิบัติการภาคพื้น โดยจนถึงปัจจุบันวัตถุขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณจุดนีโม คือสถานีอวกาศเมียร์ของรัสเซีย น้ำหนัก 120 ตัน ที่องค์การอวกาศรัสเซีย (รอสคอสมอส) ควบคุมให้ตกได้อย่างแม่นยำ เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2544

สำหรับการตกสู่จุดนีโมของไอเอสเอส จะได้รับการจับตามากยิ่งกว่า เนื่องจากสถานีอวกาศมีน้ำหนักมากถึง 420 ตัน สร้างประวัติศาสตร์เป็นวัตถุขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดยมนุษย์ ใช้งานตั้งแต่ปี 2543 มีนักบินอวกาศมากกว่า 200 คน จาก 19 ประเทศขึ้นไปปฏิบัติงาน และเป็นความร่วมมือเพียงไม่กี่อย่าง ที่สหรัฐและรัสเซียทำงานด้วยกันได้อย่างราบรื่น

Posted in new