ดูเตร์เตชนศาลอาญาโลก ลั่นสงครามยาเสพติดต้องเดินหน้าต่อ

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวถ้อยแถลงนโยบายประจำปีต่อที่ประชุมร่วมสภาคองเกรส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเป็นการกล่าวถ้อยแถลงต่อสองสภาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมดวาระผู้นำฟิลิปปินส์ช่วงกลางปีหน้า

ทั้งนี้ ดูเตร์เต วัย 76 ปี กล่าวในตอนหนึ่งของสุนทรพจน์ที่ใช้เวลานานต่อเนื่องเกือบ 3 ชั่วโมง ว่าการต่อสู้บนเส้นทางของสงครามยาเสพติดในฟิลิปปินส์ “ยังอีกยาวไกล” อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เขายังคงอยู่ในอำนาจ รัฐบาลมะนิลาพร้อมจัดการกับอาชญากรค้ายาเสพติด “ด้วยวิธีการตามกฎหมาย” ไม่ว่าจะเป็นการวิสามัญหรือการจับกุมเพื่อดำเนินคดีอาญา

ขณะเดียวกัน ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวถึงการที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ( ไอซีซี ) ในกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ ต้องการเดินหน้าสอบสวนอย่างเป็นทางการ และอยู่ระหว่างขออำนาจจากคณะตุลาการใหญ่ เกี่ยวกับการใช้นโยบายสงครามยาเสพติดของรัฐบาลมะนิลา ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ว่าเป็นเรื่องของอีกฝ่ายที่จะ “บันทึก” เรื่องนี้ไว้ แต่เขาจะไม่มีทางปล่อยให้ยาเสพติดทำลายบ้านเมืองและอนาคตของชาติอย่างเด็ดขาด

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวถ้อยแถลงประจำปีต่อสภาคองเกรส ที่กรุงมะนิลา โดยมีการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 แม้นโยบายสงครามยาเสพติดของรัฐบาลฟิลิปปินส์เป็นที่ถกเถียงอย่างหนักทั้งภายในและต่างประเทศ แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความนิยมของประชาชนในภาพรวมที่มีต่อดูเตร์เตยังอยู่ในระดับสูง จริงอยู่ที่เจ้าตัวไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีได้อีก ด้วยข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ แต่ผู้นำฟิลิปปินส์ส่งสัญญาณว่า “กำลังชั่งใจ” ว่าจะลงสมัครอีกครั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดีหรือไม่ เรียกเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่าย ว่าเป็นการเตรียมการของดูเตร์เต เพื่อใช้อำนาจแบบอยู่เบื้องหลัง

อนึ่ง การที่สุนทรพจน์ของดูเตร์เตในปีนี้ ไม่มีเนื้อหาตอนใดเกี่ยวกับเศรษฐกิจและวิกฤติโรคโควิด-19 สร้างความผิดหวังให้กับหลายฝ่ายไม่น้อย ปัจจุบันมีชาวฟิลิปปินส์เพียง 5.5% จากประมาณ 110 ล้านคนเท่านั้น ที่รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว ในขณะที่สถิติผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความเสี่ยงจากเชื้อกลายพันธุ์เดลตา ที่ทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นว่า ฟิลิปปินส์จะต้องอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งหรือไม่

Posted in new