ซีรี่ย์ฝรั่ง Squared Love (Milosc do kwadratu) ความรักกำลังสอง

ซีรี่ย์ฝรั่ง Squared Love (Milosc do kwadratu) ความรักกำลังสอง สร้างโดยเน็ตฟลิกซ์กับโปแลนด์ ออริจินัลคอนเทนต์อีกเรื่องที่ผมภูมิใจนำเสนอ นอกเหนือไปจากภาพยนตร์สไตล์ฮอลลีวู้ด ก็มีหนังฟอร์มเล็ก ๆ จากประเทศต่าง ๆ ให้รับชมมากมาย ซึ่งผมคงพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะผมไม่มีข้อมูลอะไรจากเรื่องนี้นอกจาก พล็อตสไตล์เดิม หนุ่มหล่อสาวสวยที่ตกหลุมรักกันในสถานการณ์หนึ่ง แต่ที่น่าสนใจคงเป็นผู้หญิงคนนั้นดันใช้ชีวิตสองโลก สองโลกแบบสุดเหวี่ยงด้วย นี่คงจะเป็นสิ่งที่ผมบอกคร่าว ๆ ได้นะ

“เรื่องราวของ โมนิก้า หญิงสาวผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ที่ใช้ชีวิตสองด้านแบบสุดขั้ว เธอต้องแบกรับหน้าที่ทั้งการเป็นครูในโรงเรียนประถม และการเป็นดารานางแบบสาวสุดฮอตชื่อคลาวเดีย แทนพ่อที่มีหนี้สินติดตัวมากมาย และเธอก็ไม่ได้ชอบมันมากเท่าไหร่

จนกระทั่งงานถ่ายโฆษณาล่าสุด เธอได้พบกับ เอนโซ นักข่าวหนุ่มดาวรุ่งคาสโนว่ามากเสน่ห์และกะล่อนที่คิดว่าเธอเป็นคนประหลาดและน่าดึงดูด ท่ามกลางเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นรอบตัวของพวกเขา ความรักจึงบังเกิด แต่มันจะเป็นของใคร ระหว่างหนุ่มผู้ไม่เคยหยุดควงสาว หรือสาวที่ไม่เคยพบเจอกับความรัก”

หนังเล่าเรื่องอย่างรวดเร็วไม่มีปูอะไรมากนัก แต่ก็ไม่ได้รวบรัดเร็วจนเกินไป พาเราไปสำรวจชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่จำใจต้องใช้ชีวิตเป็นนางแบบด้วยความจำเป็น และยังต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะคุณครูที่ดี ควบคู่กับการพยายามเป็นพี่เลี้ยงเด็กของหนุ่มจอมกะล่อนที่ได้พานมาพบกัน

ก่อนจะค่อย ๆ สลับให้เห็นมุมมองของสองชีวิตที่ทั้งสองคนได้พบกัน ด้วยความที่หนังเป็นหนังจากยุโรป จึงไม่ได้มีอะไรเนื้อเรื่องเข้มข้นหรือมุกตลกอะไรมากเท่าไหร่ มีก็คงได้แค่จังหวะยิ้มหึ ๆ แต่ส่วนของพาร์ทโรแมนติกถือว่าทำออกมาได้ร้อนแรงและชวนให้ยิ้มตามได้

อาจเพราะคาแรคเตอร์ของทั้งสองคน มันมีความเหมือนในความต่าง จึงปรับจูนเข้าหากัน แต่ยอมรับว่าในช่วงต้นหนังค่อนข้างจะเรื่อย ๆ ไปหน่อย ปมมันไม่ค่อยแน่นเหมือนหนังรักที่เราดูกันทั่วไป

แม้จะเป็นหนังโรแมนติก แต่หนังก็เทไปที่ประเด็นสังคมที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวงการโฆษณาและการสร้างภาพลักษณ์ที่น่าสนใจและน่าเชื่อถือต่อผู้คน อย่างที่ทราบกันการเป็นครูและนางแบบเป็นอะไรที่ต่างกันสุดขั้ว เรียกได้ว่าภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญมาก

แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมการเป็นนางแบบจะต้องดูเป็นอาชีพที่น่าอับอายขนาดนั้น อาชีพสุจริตแท้ ๆ ถ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาตามจับผิด หรือทำให้อับอายด้วยซ้ำ เรื่องของครอบครัวที่ต้องการคนที่คอยเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน

ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ปัญหาของความสัมพันธ์ที่มาจากความเข้าใจผิด ความแตกต่างทางชนชั้น หรือความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ที่ยอมรับว่ามันไวมาก ไวจนงง จนไม่น่าเชื่อ ผมว่าปัญหาสำคัญของเรื่องนี้คือหนังเล่าเรื่องความสัมพันธ์เร็วเกินไป จนผมไม่สามารถเชื่อได้จริง ๆ ว่าตัวละครจะสามารถรู้สึกรักได้ตามที่หนังพยายามปูมาขนาดนั้น ยิ่งดูตอนจบ ผมถึงกับถอนหายใจเลย นอกจากตัวละครพระนางแล้ว ตัวละครอื่นก็ไม่น่าสนใจ หรือต่อให้มีผลกับตัวละคร ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกร่วมเลย

เรื่องนักแสดงต้องยกความดีความชอบกับคาแร็คเตอร์ของ อาดรีอันนา เคลบิสกา ที่สามารถแสดงบทของ โมนิก้า ออกมาได้สวยงาม ไม่มากไป ไม่น้อยไป เป็นธรรมชาติ แม้ว่าจะไม่มีอะไรแตกต่างกันระหว่างสองคนเลย ไม่รู้ว่าทำไมถึงดูกันไม่ออก

เช่นเดียวกับ มาเตอุสซ์ บานาซิอุก ที่เป็นเอนโซ หนุ่มมากเสน่ห์และ มีลูกเล่น นิสัยที่ดีกว่าหนุ่มเพลย์บอยทั่วไป แต่บทหนังกลับไม่มีอะไรที่ส่งเสริมให้หนังโดดเด่นขึ้นมา งานภาพกับดนตรีไม่ได้ต่างกับซีรีส์สักเท่าไหร่ บางครั้งอารมณ์ที่มันควรจะพีค มันกลับแผ่วซะเฉย ๆ ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว เรื่องความรัก ฉากบางฉากก็ไม่รู้จะใส่มาทำไม และใส่มาแบบยืดยาวเกินความจำเป็น

ด้วยความที่หนังมันค่อนข้างสั้น เราเลยแทบไม่ได้สัมผัสตัวละครบางตัวสักเท่าไหร่ คาแรคเตอร์จึงขาดความน่าสนใจให้ติดตาม ยิ่งพล็อตตอนจบออกมาแล้ว ก็เดากันได้ไม่ยากเลยว่ามันจะจบอย่างไร สรุปการเป็นสาวสองโลกมันดันไม่ถูกขับเน้นเท่าที่ควร ใช่มันอาจจะมีส่วนกระทบ

แต่เรื่องความรักของตัวละครมันง่ายดายมาก ง่ายจนเสียดายที่มันไม่สามารถทำให้เรารู้สึกร่วมได้เลย แต่เพลงตอนท้ายเพราะมากและปิดเรื่องได้อย่างสวยงามจนทำให้แบบ ทำไมหนังมันทำให้เรารู้สึกไม่ได้เหมือนเพลงประกอบก็ไม่รู้

สรุป
นอกจากนักแสดงกับคอนเซปต์แล้ว ไม่มีอะไรที่ดูขับเน้นให้โดดเด่นเลยสักอย่าง แค่ดูช่วงกลางก็เดาออกแล้วว่าจะจบยังไง ถ้าอยากหาหนังรักโรแมนติกดี ๆ ผมแนะนำให้หาเรื่องอื่นดีกว่า แต่จะดูเรื่องนี้เพื่อดูนักแสดงก็ได้นะครับ มีเสน่ห์ใช้ได้

นี่ถือเป็นภาพยนตร์รักคอเมดี้ที่ไปไม่สุดสักทาง ขำก็ไม่ได้ เขินก็ไม่โดน ก็ไม่อยากให้เสียเวลากับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ น่าเสียดายจริง มันน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ อะไรคือแก่นของเรื่อง ความรักกำลังสอง? ผมว่ามันคงจะกลายเป็นความรักติดลบแล้วล่ะครับ

Posted in new