ช่วงหน้าร้อน ส่วนใหญ่จะป่วยเป็นไข้หวัดประเภทไหน

ช่วงหน้าร้อน ส่วนใหญ่จะป่วยเป็นไข้หวัดประเภทไหน เข้าสู่ช่วงหน้าร้อนอย่างเต็มรูปแบบด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้น สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตแล้วยังมีสถานการณ์โรคระบาดอย่าง Covid19 ที่ยังไม่หายไปทั่วโลก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้หลายคนมีภาวะภูมิต้านทานโรคที่ต่ำลง ร่างกายอ่อนแอมากยิ่งขึ้นมักเกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่ายและบ่อยครั้งจนไม่สามารถที่จะแยกแยะออกได้ว่าระหว่างอาการป่วยโรคโควิดกับอาการของไข้หวัดทั่วไปนั้นแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งบางทีก็มีอาการที่คล้ายคลึงกันมากจนแยกไม่ออกทำให้เกิดการสับสนของผู้ป่วยหลายๆ คนและทำการรักษาแบบผิดวิธีได้

ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยถือว่าอากาศร้อนขึ้นทุกปีมีอุณหภูมิสูงขึ้นและอากาศร้อนอย่างต่อเนื่องหลายคนจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการโดนแสงแดดและอากาศร้อนได้ภาวะอากาศที่ร้อนจัดทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงตามไปด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กที่มีภูมิต้านทานต่ำมักจะเจ็บป่วยได้ง่าย

และนอกจากนั้นอากาศที่ร้อนจัดยังส่งผลถึงเรื่องของอาหารการกินการรับประทานอาหารนอกบ้าน ในภาวะอากาศร้อนจัด มีโอกาสที่อาหารจะอาหารเสียได้ง่ายมีสารตกค้างในอาหาร ส่งผลต่อสุขภาพ เมื่อรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคทางเดินอาหารชนิดต่างๆได้ง่าย

กรมการแพทย์ได้เผยแพร่ข้อมูลเรื่องโรคไข้หวัดที่พบบ่อยในช่วงหน้าร้อนนั่นก็คือ “ไข้หวัดแดด” (Summer Flu) เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าไปในขณะที่อากาศร้อนจัดพร้อมกับปัจจัยร่วมจากสภาพแวดล้อม เช่น ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่สูงขึ้นการอยู่พื้นที่กลางแจ้งหรืออยู่ในสถานที่ที่อาจได้รับรังสีความร้อนนานเกินไปสภาวะที่มีลมหรือการระบายอากาศน้อย จึงทำให้ร่างกายปรับตัวกับสภาพอากาศไม่ทันเมื่อร่างกายสะสมความร้อนไว้มากจึงทำให้เป็นโรคไข้หวัดแดดได้นั่นเอง

สาเหตุของโรคไข้หวัดแดดนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับ “ภาวะโลกร้อน” ทำให้แสงแดดมีความร้อนรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจึงมีโอกาสมากขึ้นที่จะเกิดอาการหวัดแดดเพราะอุณหภูมิที่สูงทำให้ร่างกายปรับตัวตามไม่ทันจนเกิดความร้อนสะสมในร่างกายจำนวนมากทำให้ร่างกายเกิดภาวะร้อนจัดภูมิต้านทานเริ่มทำงาน เกิดอาการต่างๆ แสดงออกมาให้เห็น

หลายครั้งที่ผู้ป่วยมักเกิดความสับสนระหว่างไข้หวัดแดดกับไข้หวัดเพราะอาการค่อนข้างคล้ายคลึงกัน แต่ในความจริงแล้ว ไข้หวัดจะมีอาการคัดจมูก มีน้ำมูก เจ็บคอ มีเสมหะ ร่วมด้วย ส่วนโรคไข้หวัดแดดจะไม่ค่อยมีน้ำมูกหรือมีน้ำมูกก็เป็นเพียงใสๆ เล็กน้อยและไม่มีอาการเจ็บคอ แต่จะรู้สึกขมปาก คอแห้ง แสบคอ อ่อนเพลีย หน้ามืด เวียนหัวมึนหัว และอาจมีอาการอื่นๆ เพิ่มเติมเล็กน้อยอาการของโรคไข้หวัดแดดแม้จะไม่ใช่อาการที่รุนแรงแต่ก็ไม่ควรมองข้ามเพราะว่าถ้าหากร่างกายมีการสะสมพิษร้อนชื้นไว้ในร่างกายเป็นเวลานานย่อมส่งผลต่ออวัยวะภายในร่างกายโดยเฉพาะม้ามและกระเพาะอาหารมีผลจากความร้อนสะสมก็จะทำให้ทำงานหนักมากขึ้นและอาจจะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้

วิธีดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นไข้หวัดแดด

เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อไข้หวัดแดดสิ่งแรกที่ต้องทำคือเช็คตัวเองก่อนว่ามีไข้สูงหรือไม่ วัดไข้ด้วยปรอทหากมีไข้อ่อนๆ ให้รับประทานยาลดไข้ หมั่นเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนภายในและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะสามารถหายเองได้ภายใน 3 วันเท่านั้น หากยังรู้สึกอ่อนเพลียมีไข้เล็กน้อยก็ต้องหยุดกิจกรรมที่ใช้แรง ทำงานหนักและควรหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่ที่มีผู้คนแออัด เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆที่อาจจะเข้าสู่ร่างกายและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้และหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรงหรือที่อากาศร้อนจัดสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้วเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ร่างกายกลับมาหายอย่างปกติและจะช่วยป้องกันให้ห่างไกลจากไข้หวัดแดดได้ด้วย

ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้หวัดแดด

ไข้หวัดแดดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยแต่จะเกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้ทำงานกลางแดด กลางแจ้งที่มีอากาศร้อนจัด, นักกีฬา, พนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานในห้องแอร์แต่ต้องออกไปเผชิญแดดร้อนจัดด้านนอกในบางเวลาหรือกะทันหัน, ผู้ที่ไม่ชินกับสภาพอากาศร้อนจัด รวมไปถึงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะมีความเสี่ยงต่อไข้หวัดแดดสูงมากเพราะว่าอากาศที่รับจากกลางแจ้ง แสงแดดร้อนๆ จะเข้าไปสะสมอยู่ภายในร่างกายและไม่ได้รับการระบายอากาศออกเป็นระยะเวลานานจึงทำให้ป่วยเป็นไข้หวัดแดดได้ในที่สุด

Posted in new